KOZIKOFF

Home fresh roast coffee...

ให้ความสำคัญกับลูกค้าที่มีอยู่

ให้ความสำคัญกับลูกค้าที่มีอยู่
ถ้ายิ่งเป็นธุรกิจบริการ ลูกค้าที่เป็นอยู่ ยิ่งมีความสำคัญมาก

·       ด้วยพวกเขารู้จักเรา ยิ่งถ้าสินค้า บริการของเราดีแล้ว ยื่งดีใหญ่

·       ในการขยายธุรกิจ โดยหวังขยายลูกค้าใหม่ จะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงกว่า

·       จะเป็นผู้ที่บอกเราได้ว่า ที่เราให้บริการอยู่ดีหรือไม่อย่างไร เราทำให้เขาพอใจหรืองั้น ๆ

·       สินค้าของเราเป็นที่พอใจต้องการเขาไหม คุ้มค่า และอื่น ๆ

·       เป็นที่อ้างอิงและแหล่งของธุรกิจใหม่ ผ่านลูกค้าที่เป็นอยู่เหล่านี้ ทำให้ลูกค้าใหม่รู้จักเราและมีทัศนคติที่ดีกับเรา

 

เพื่อที่จะได้รับประโยชน์จากลูกค้าที่มีอยู่นั้น มีวิธีการดังต่อไปนี้

1.   ทำให้ลูกค้ายินดีพอใจเราอย่างต่อเนื่อง ต้องมุ่งที่จะให้มากกว่าที่เขาคาดหวัง ถ้าเราทำได้อย่างนี้ ลูกค้าก็จะอยู่กับเราตลอดไป

2.   ให้เป็นแบบส่วนตัวเฉพาะ หมายถึงการดูแลเอาใจใส่เต็มที่ไม่ใช่แบบทั่ว ๆ ไป ซึ่งลูกค้าจะตอบแทนโดยการซื้อหรือใช้บริการของเรา

3.   การรับประกัน เป็นเครื่องมือที่มีอำนาจให้ลูกค้าอยู่กับเรา การรับประกันต้องเป็นแบบไม่มีเงื่อนไข ง่ายและได้ผล

4.   สอบถามลูกค้าคิดอย่างไรกับเรา สินค้า บริการ และอื่น ๆ ลูกค้าจะเป็นผู้ที่บอกเราได้ว่า ต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างไร ให้มีการสอบถามสม่ำเสมอ และ เมื่อรับทราบ ต้องเอาใจใส่จัดการให้โดยเร็ว เมื่อลูกค้ามีส่วนในธุรกิจของเรา เขาก็จะพาลูกค้าใหม่มาให้เรา โดยการเสนอแนะ

5.   การสมนาคุณลูกค้าที่ดีเยี่ยม ที่เราเสนอให้เป็นพิเศษ

6.   ติดต่อสม่ำเสมอ คือการรักษาความสัมพันธ์ที่ดี และลูกค้าจะซื้อกับเรา ในเมื่อเขาให้ความเชื่อถือในตัวเรา บริษัท สินค้าและบริการ การติดต่อ การติดต่อทำได้หลาย ๆ แบบ ไม่ว่า จะ โทรศัพ์ จดหมาย หรืออื่น ๆ

7.   การทำให้การอ้างอิงประสบความสำเร็จ จะต้องให้ชัดเจน ว่าต้องการให้ลูกค้าให้อ้างอิงอะไรบ้างที่เราต้องการ ซึ่งต้องพูดคุยกันให้ชัดเจน หรือเขียนบทให้ ในการขายทุกครั้ง ถามว่าเขาพอจะรู้จักใครที่สนใจจะซื้อสินค้าหรือใช้บริการของเรา

8.   ขอบคุณทุกครั้งที่อ้างถึง การขอบคุณทำให้เขารู้ว่า เราให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือของเขา

 

(แปลและเรียบเรียงจาก  8 ways to get more from your existing customers โดย Megan Tough)

ความเซ็งและหมดไฟ

ความเซ็งและหมดไฟเป็นของคู่ที่อันตราย
คนทำงานทุกคนย่อมจะมีวันที่เซ็งและหมดอาลัยตายยาก หมดไฟไปเฉย ๆ มันเป็นความรู้สึกที่เป็นทุกข์ ถึงแม้คุณจะยังทำงานได้อยู่ แต่ก็ไม่เต็มที่ และไม่ดี ถ้าปล่อยทิ้งไว้ ก็จะเหมือนเครื่องที่น้ำมันถูกเผาผลาญหมดและไม่ทำงาน ซึ่งเป็นอันตรายต่อหน้าที่การงานและสุขภาพของคุณเอง

อย่างน้อย อยากให้รับทราบว่า มันไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน และเป็นสบายใจที่จะทราบว่า จะเกิดขึ้นกับบุคคลที่มีความเฉลียวฉลาด กระตือรือร้นอย่างคุณ

ลองมาทำความรู้จักกับความเซ็งกันหน่อยนะครับ เราจะไม่รู้สึกสนุกกับงานที่ทำเลย ไม่อยากไปทำงาน จะรู้สึกว่า  การขับรถไปทำงานตอนเข้าต้องใช้เวลาถึงสองเท่าของเวลาตอนที่คุณขับรถกลับบ้าน

ความเบื่อหน่ายกับงานบางส่วนต่างกับงานทั้งหมดที่ต้องทำและน่ากังวลกว่า มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะพบว่าราว ๆ ครึ่งหนึ่งของงานที่ทำน่าเบื่อ  ที่น่ากลัวก็คือมันเป็นความเบื่อหน่ายซ้ำซากที่จะทำให้เราหมดไฟในที่สุด
สัญญาณของการหมดไฟ คือ อ่อนล้า ไม่มีกำลังใจ โดดงาน กล้ว หมดหวัง มีความรู้สึกที่ไม่เป็นมิตรทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ทำให้มีปัญหาสุขภาพ และหันไปพึงพาสุรา และยา ที่คุกคามต่อสุขภาพและอาชีพของเรา

ตามปกติ ความเซ็งและการหมดไฟจะเกิดขึ้นในกรณีที่เราจะต้องทำงานหนึ่งที่ถูกกำหนดไว้ เป็นวลานานกว่าที่ควรเป็น หรืออีกนัยหนึ่ง คือ เราสามารถที่จะทำงานนั้นเพียงครึ่งของพลังและสมองเท่านั้น

เรามีเวลาที่จะเซ็ง หรือหงุดหงิดจากความกระตือรือล้นที่ผิดหวัง เช่นเดียวกับการปีนขึ้นบันไดที่มองไม่เห็นทางที่จะปีนไปถึง เราคาดหวังในชีวิตมากกว่าที่ควรและและที่ต้องการในปัจจุบัน หรือเราอาจต้องป้องกันหรือคุ้มกันตัวเราจากความกดดันที่ไม่ปรานี

โชคร้ายที่ไม่มียาเม็ดหรือยาฉีดใดที่จะรักษาความเซ็งหรือหมดไฟได้แน่นอน หรือทันที ทันใด การป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นหรือการรักษาน่าจะต้องมาก่อน และส่วนใหญ่ต้องมาจากตัวเราเอง
เริ่มต้นวันนี้ที่จะจัดการกับความเซ็งและหมดไฟ การกระทำใด ๆ ที่เป็นทางบวกย่อมดีกว่าที่จะนั่งจับเจ่าอย่างหวาดกลัว ถดถอย ยิ่งเราช้าไปวันหนึ่ง เราก็จะยิ่งจมลึกลงไปในหลุ่มแห่งความผิดหวังและหมดกำลังใจ ผู้เชี่ยวชาญกรณีท่านหนึ่งได้บอกไว้ว่า ที่แย่ที่สุดของผู้ที่มีอาการเซ็งหรือหมดไฟจะอยู่ในอาการเฉื่อย ไร้ชีวิต ขาดปฏิกริยาโต้ตอบ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าต้องทำอะไรสักอย่าง และจริง ๆ แล้วตัวเองก็รู้ว่าต้องทำ และมีเรื่องที่จะทำมากเสียด้วย แต่แล้วกลับบอกตัวเองว่า แล้วจะมีประโยชน์อะไรเล่า ? มันน่าสมเภทไหม !

จะจัดการกับคู่อันตราย B ได้อย่างไร (B=Boredom, B=Burnout)
ทำได้โดยสามัญสำนึก มีวินัย และ ทำงานหนักเพื่อจัดการกับคู่อันตราย B นี้
เช่น จากการวิเคราะห์ด้วยเหตุและผล แล้วพบว่า คุณเบื่องานที่ทำ ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนของงานที่เป็นงานประจำซ้ำซากแล้วละก็ ลองปรึกษากับหัวหน้าดู และขอให้ย้ายไปทำหน้าที่ที่น่าท้าทายกว่าที่ทำปัจจุบัน (ถ้าคุณไม่อาจปรึกษาความรู้สึกหรือปัญหากับหัวหน้าคุณ คุณน่ามีปัญหาอย่างอื่น)
ถ้าการย้ายไม่สามารถจะทำได้ คุณจะต้องพยายามอุทิศตัวขยายความรับผิดชอบจากปัจจุบันให้มากขึ้น หรือหาทางใหม่ที่จะแก้ไข เช่นการเรียนรู้หาความชำนาญใหม่ ๆ เปลี่ยนงานประจำที่ซ้ำ ๆ ซาก ๆ หาสิ่งที่น่าสนใจที่ขยายชีวิตการทำงานที่อยู่รอบตัว
การมองงานของตนเองในสภาพแวดล้อมของสิ่งต่าง ๆ ของการปฎิบัติงานที่กว้างกว่าขององค์กรจะช่วยคุณได้ คุณจะเข้าใจว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ทำงานที่ไม่ว่าจะเล็กขนาดใดก็ตาม คุณก็ยังเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร สิ่งที่ทำมีความสำคัญต่อส่วนรวม
ความเซ็งและหมดไฟจะไม่อยู่กับคุณอีก เมื่อคุณมีความภูมิใจในงานที่คุณทำ และพยายามที่จะปรับปรุงสิ่งที่ทำอยู่เป็นประจำ

ตอนจบของความเซ็งและหมดไฟ
ท้ายที่สุด ถ้าสิ่งที่แนะนำข้างต้นไม่อาจแก้ความเซ็งและหมดไฟในตัวคุณได้ คุณคงต้องพิจารณาอย่างจริงจังที่จะย้ายหางานหรือตำแหน่งอื่นทำที่มีความท้าทายใหม่ ๆ แต่คุณจะต้องระมัดระวังที่ใช้วิธีนี้ ว่าคุณไม่ได้ปลีกตัวหนีจากตัวเองและความจริงของการท้าทาย ซึ่งความเซ็งนั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

(บทความข้างต้นเป็นของ Ramon Greenwood เขาเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของ www.CommonSenseAtWork.com. อดีตเขาเป็นรองประธานอาวุโสของ American Express)

คิดเป็น …. ตอน 2

คิดเป็น ……..ตอน 2
คนเราเก่ง ส่วนใหญ่รู้จักคิด มีการเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องคิดมากอยู่ เช่น คนที่คิดเป็น คิดเก่ง นั้นเป็นพรสวรรค์แต่กำเนิด หรือ บางทีก็เข้าใจว่า คนหัวโต อาจมีมันสมองมากกว่า เลยคิดเก่งกว่า ทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิด ด้วยมี

ศาสตราจารย์ทางการแพทย์มหาวิทยาลัยโตเกียว ได้ทำการรวบรวมสมองของนักปราชญ์ นักเขียน นักคิด นักการเมือง ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของชาวญี่ปุ่น จำนวน 35 คน เพื่อเปรียบเทียบศึกษา เนื่องจากมีเอกสารทางวิชาการของตะวันตกระบุว่า สมองของชาวยุโรปมีน้ำหนักมากกว่าชนชาติอื่น ๆ

แต่ผลที่ศึกษาพบว่า สมองของคนฉลาดหรือเก่งนั้น ไม่มีความแตกต่างที่เป็นนัยสำคัญจากสมองของคนทั่วไปแต่อย่างไร ทั้งในเชิงขนาด น้ำหนัก และรูปทรง
หากแต่ว่า คนที่ฉลาด เขารู้จักใช้สมองอย่างมีประสิทธิภาพในการคิด วิเคราะห์ มากกว่าต่างหาก อีกทั้ง การฝึกฝนสมองอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง จะทำให้เราทุกคนฉลาดและเก่งได้เหมือนกันครับ
การคิด คือการวินิจฉัย ตรึกตรอง หาวิถีทาง เพื่อจะบรรลุเป้าหมายหรือจุดประสงค์ภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เรามีอยู่ กระบวนการคิดจะต้องเริ่มตั้งแต่การมีโจทย์ หรือ การกำหนดโจทย์
สมองมีภาระหน้าที่สำคัญอยู่สองด้านคือ การรับรู้และจดจำ กับการครุ่นคิด สร้างสรรค์
น่าสนใจไหมครับ ว่าการคิดของเราฝึกฝนได้ โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ

คิดเป็น ก็รวยได้

คิดเป็น ก็รวยได้ ตอนที่ 1
ได้ยินได้ฟังมาตลอดชีวิต ถึง การคิด คิดเป็น และยังสงสัยว่า ตัวเองคิดเป็น หรือไม่ บางทีไปว่าคนอื่น ว่าไม่รู้จักคิด

แล้วตัวเองละ คิดเก่งแค่ไหนเชียว เมื่อพบหนังสือ “คิดเป็น ก็รวยได้” ก็รีบซื้อเลย ไม่ใช่อยากรวยเท่านั้น แต่ยังฉงน

และอยากรู้จริง ๆ ว่า คิดเป็น แล้วรวยได้อย่างไร หนังสือเล่มนี้ แปลและเรียบเรียงโดย ผศ  ประยูร เชี่ยววัฒนาและ

ชาวญี่ปุ่นอีกสองคน จะอ่านแล้วนำสิ่งที่พบ เข้าใจมาลองแบ่งปันกัน ถ้าให้ดี ซื้อมาอ่านกัน และนำมาถกกันจะดีไหม
เริ่มจากบทนำก็พบว่า คนเรานั้นใช้สมองน้อยมาก ใช้ในการจำ คิด แต่ไม่ได้จริงจังกับการคิดแบบวิเคราะห์ อีกทั้งไม่

เคยจริงจังกับการพัฒนาสมอง เช่นเดียวกับการพัฒนาร่างกาย โดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ผู้เรียบเรียงยังนำเอาวรรคทองของ George Bernard Shaw มาให้อ่านดูดังนี้ :-
Some men see things as they are and say ,”Why?”
I dream of things that never were and say, “Why not?”
คุณเห็นข้อแตกต่างไหม เป็นการท้าทายเรามาเป็นคนช่างคิดไหม
ติดตามตอนต่อไปนะครับ

ผู้นำหายไปไหนกันหมด

ผู้นำหายไปไหนกันหมด (Where have all the leaders gone?)

หนังสือของ ลี ไอคอคก้า ที่วิจารย์ความเป็นผู้นำของประธานาธิบอดีของสหรัฐฯ โดยเฉพาะประธานาธิบดี บุช ที่ดุ

เดือด ตรงไปตรงมา และด้วยเหตุผล ด้วยความสำนึกในความเป็นพลเมืองที่ดี โดยยกบททดสอบการเป็นผู้นำด้วย 9

C เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งก็ได้ผ่านพ้นไปแล้ว เรามาดูกันซิว่า 9 C นั้นมีอะไรบ้าง

บททดสอบการเป็นผู้นำด้วย 9 C

1. CURIOSITY
เป็นผู้นำที่มี ความสอดรู้สอดเห็น เขาต้องฟังคนนอกที่ไม่ใช่พูดแต่ ใช่ครับท่าน เขาจะต้องเป็นนักอ่านเรื่องราวต่าง ๆ

ของโลก เนื่องด้วยความกว้างใหญ่มหาศาล และซับซ้อน ไม่เหมือนบุช ที่ไม่อ่านหนังสือพิมพ์นอกจากหัวข่าวที่ผ่านตา น่าเชื่อไหมมีผู้นำแบบนี้ด้วย เขาเลือกที่จะฟังข่าวประจำวันในช่วงที่ออกกำลังกายในห้องยิม ถ้าผู้นำไม่นำพาที่จะฟังคนอื่น นั่นหมายถึงเขารู้หมดแล้วหรือเพียงไม่สนใจ

2. CREATIVE ผู้นำจะต้องเป็นผู้สร้างสรรค์ คิดและลองอะไรที่แตกต่างนอกกรอบ การเป็นผู้นำต้องจัดการกับการเปลี่ยนแปลงจากการสร้างสรรค์ โดยไม่ใช่เชื่ออย่างที่ตัวเองเชื่อ หรือโดยสัญชาติญาณ เช่น บุช

3. COMMUNICATE ผู้นำต้องสื่อสารความจริงอย่างตรงไปตรงมา แม้ว่าบางครั้งจะต้องเจ็บปวดกับการสื่อความนั้น

4. CHARACTER. ผู้นำที่มีบุคลิกภาพ ที่เข้าใจอะไรถูกอะไรผิด และต้องกล้าที่จะทำในสิ่งที่ถูก ไม่ใช่โดยอาศัยอำนาจทำในสิ่งที่ตัวเองพึงพอใจจะทำเท่านั้น

5. COURAGE ผู้นำต้องมีความกล้าหาญ ไม่ใช่กล้าแต่พูดและวางก้าม กล้าผจญและพร้อมจะเจรจา กล้าที่จะพูดแม้จะไม่รับความนิยมชมชอบ จากการพูดตรง ๆ ตามความเป็นจริง
6. CONVICTION มีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า มีไฟที่ต้องการทำบางสิ่งที่ตัดสินใจแล้วอย่างจริงจัง

7. CHARISMA .ผู้นำควรมีเสน่ห์ มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวที่ทำให้คนที่ต้องการตามเขาไป มีความสามารถที่ดลบันดาลใจ เพราะเชื่อถือเขา

8. COMPETENT ผู้นำต้องมีความสามารถ ทราบสิ่งที่กำลังทำ สำคัญกว่านั้นที่มีผู้ล้อมรอบที่รู้สิ่งที่พวกเขากำลังทำเป็นผู้นำที่สามารถแก้ปัญหา
9. COMMON SENSE ต้องมีสามัญสำนึก เป็นคนมีความสามารถในการให้ เหตุผลและใช้สามัญสำนึก

เป็นบทความที่โจมตีอย่างดุเดือด แต่ด้วยเหตุผล อ่านรายละเอียดได้ที่
blog.criticalassumption.com/2007/04/lee-iacocca-9-cs-of-leadership.html - 93k -

Luck

LUCK

He worked by day
And toiled by night.
He gave up play
and some delight.
Dry books he read,
New things to learn.
And forged ahead,
Success to earn.
He plodded on with
Faith and pluck;
And when he won,
Men called it LUCK

Anonymous

กล่องของขวัญสีทอง

กล่องที่เต็มไปด้วยจูบ
นานมาแล้ว มีชายคนหนึ่งได้ลงโทษลูกสาววัย 3 ปีที่ใช้กระดาษห่อของสีทองไปมวนหนึ่ง ตอนนั้นเงินทองกำลังขาดสน เขาโมโหที่เห็นลูกสาวของเขาใช้ไปประดับกล่องใบหนึ่งเพื่อไปวางไว้ใต้ต้นคริสมาส อย่างไรก็ตาม ในวันรุ่งขึ้น เด็กหญิงคนนั้นนำของขวัญไปให้พ่อของเขา พร้อมทั้งบอกว่า “พ่อ นี่เป็นของขวัญสำหรับพ่อ”
พ่อของเธอรู้สึกละอายที่ทำเกินเหตุกับเด็กเมื่อวาน แต่แล้วเขาก็ต้องโกรธมากอีกครั้งหนึ่งเมื่อพบว่ากล่องที่รับนั้นไม่มีของอะไรเลย เป็นกล่องเปล่า ๆ เขาตะคอกใส่เธอ “นี่เธอไม่รู้เหรอว่า เมื่อเอาของขวัญมาให้ มันต้องมีอะไรอยู่ในนั้น” เด็กน้อยมองไปที่พ่อด้วยน้ำตา ร้องไห้และกล่าวว่า “พ่อคะ มันไม่ใช่กล่องเปล่านะคะ หนูส่งจูบใส่เต็มกล่องเลยนะ ทั้งหมดให้พ่อคนเดียวนะคะ”
ใจของพ่อแตกสลายเมื่อได้ยินลูกพูดเช่นนั้น เขาก้มลงไปอุ้มกอดลูกน้อย และพร่ำขอโทษ
อีกไม่นานต่อมา อุบัติเหตุได้พรากชีวิตของลูกน้อยจากพ่อของเธอ และมีการเล่าขานต่อมาว่า พ่อของเธอเก็บกล่องที่ห่อด้วยกระดาษทองไว้บนเตียงนอนมาหลายปี เมื่อใด ที่เขารู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจ เขาจะเปิดกล่องรับจูบจินตนาการจากเด็กน้อย และระลึกถึงความารักของลูกน้อยที่ใส่ไว้อยู่ในนั้น
ในชีวิตจริง พวกเราทุกคนต่างก็รับกล่องทองที่เต็มไปด้วยรักจากจูบ ที่ไร้เงื่อนไขใด ๆ จากลูก ๆ สมาชิกในครอบครับ เพื่อนและพระเจ้า ไม่มีอะที่จะมีคุณค่ากว่านี้ ที่เราจะเป็นเจ้าของและมีไว้

ทำธุรกิจใหม่

สำหรับผู้ทำธุรกิจใหม่
•    แม้จะมีแผนธุรกิจที่ดี ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญและประโยชน์ในการทำธุรกิจ
•    แผนธุรกิจที่ดี เหมือนดังแผนที่ที่จะพาไปสู่ความสำเร็จ
•    อย่าลืม การทำธุรกิจใหม่ ต้องใช้เวลากว่าจะรู้ว่าจะไปได้หรือไม่ ต้องเผื่อไว้อย่างน้อย 12 – 18 เดือน ที่จะได้ถึงจุดคุ้มทุน
•    ผู้ทำธุรกิจจะต้องทุ่มเท ทำงานหนัก และให้เวลาเต็มที่ เสียสละ
•    ต้องกล้าเสี่ยง
•    อีกทั้ง สถานะการเงินส่วนตัว จะต้องไม่เป็นปัญหา และไม่ต้องพึ่งพาหรือใช้เงินจากธุรกิจที่ทำอยู่
•    มีสถานะทางการเงินที่ดี เครดิตดี กรณีที่ต้องกู้ยืมไปจุนเจือธุรกิจ

การหาความรู้จากอินเตอร์เน็ท

การหาความรู้จากอินเตอร์เน็ท
ทุกวันนี้ หากเราใฝ่หาความรู้ ก็เป็นเรื่องที่ไม่ยากจนเกินไป แต่ที่ผ่านมา แม้จะหาได้แต่ส่วนใหญ่จะเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งถ้าเราไม่สันทัด ก็จะยุ่งยากมากทีเดียว ต้องมาแปล ซึ่งก็ไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายเลยทีเดียว
แต่วันนี้ การใช้เครื่องมือที่เขาจัดหามาให้ ช่วยได้มากเลยทีเดียว เคยลองแปลโดยใช้ software ก็ไม่เห็นมันจะได้เรื่องได้ราว แปลออกมาไม่รู้เรื่อง ยิ่งปวดหัวไปใหญ่ เลยไม่อยากใช้อีก จนกระทั่งอ่านนิตยสาร PC Today ของเดือนนี้ พบบทความ “ภาษาไหนในโลก ก็แปลเป็นไทยได้ด้วย Google Translate “อ่านแล้วยิ่งทึ่ง ไม่เฉพาะภาษาไทยเท่านั้น แปลได้ทุกภาษาเลย
ผู้เขียนเลยลองเอาบทความภาษาอังกฤษ แปลเป็นไทย ใช้ได้เลย แต่ควรเทียบกับบทความเดิม และแก้ไขปรับปรุงให้ได้ใจความที่ถูกต้อง ก็จะได้บทความภาษาไทยที่นำไปใช้ได้ อีกยังลองเขียนจดหมายเป็นภาษาไทย ลองแปลเป็นภาษาจีน ก็ พอได้
จึงนำเสนอให้พวกเราได้ลองใช้ และหาประโยชน์การแปลนี้ ซึ่งยังจะทุ่นเวลามากเลยทีเดียว แต่อย่าลืมนำมาเทียบกับต้นฉบับนะครับ
ขอให้มีความสุขกับการหาความรู้ด้วยการทดลอง

อะไรเกิดขึ้นในภาวะถดถอย

ถ้าทุกคนมัวแต่กังวล และไม่พยายามทำอะไรเลย

ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร คนก็ยังต้องซื้อของไม่เพียงแต่ของใช้ ของกินเท่านั้น

ผู้ ที่ไม่สนใจกับสภาพทางลบ ในขณะที่คนอื่นยังมัวพะวง ไม่ทำอะไรสักอย่าง ย่อมแพ้เราผู้มุ่งไปข้างหน้า ที่ยังเพียรเสนอสินค้าและบริการเหนือกว่า เราย่อมได้รับผลตอบแทนแน่นอน

ทำอย่างไรดีครับ มีข้อเสนอแนะจากกูรูทางการตลาดมาให้ดูกัน ดังต่อไปนี้

  1. ต้อง รุก แม้จะไม่โหมหรือใช้เงินในการโฆษณา โปรโมทสินค้า ก็ยังจะหาวิธีที่ประหยัดและได้ผล แต่พึงระวังที่มองข้ามค่าใช้จ่ายสูงที่คุ้มค่า แต่ได้ผลตอบแทนที่เร็วและดีกว่า ที่ใช้จ่ายน้อย แต่ไม่ได้อะไรเลย ที่น่าสนใจคือ การตลาดโดยอาศัยอินเตอร์เนท และ ไอที ที่มีบทบาทมากขึ้นทุกวัน
  2. ทุก ๆ วัน ต้องมีการปฎิบัตรการตลาด แม้จะเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็สามารถเพิ่มพูนเป็นผลใหญ่ได้ และการกระทำที่เล็ก ๆ ต่อเนื่อง ทำได้ง่ายและสำเร็จมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการ เสนอข่าว หรือเขียนข้อความ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ หรือขอบคุณลูกค้าด้วยโทรศัพท์ หรืออื่นๆ ย่อมนำความประทับใจ และเพิ่มการเอาใจใส่กับบริการของเรา
  3. ทำ ให้การตลาดเป็นระบบ ว่าจะต้องทำอย่างไรก่อนหลัง ใครเป็นผู้ดูแล และต้องปฎิบัติตามระบบไว้อย่างจริงจัง มีการทบทวนระบบการตลาดที่นำมาใช้ ประเมินและปรับปรุงตามที่ควร

ท่าน ผู้รู้กล่าวว่า ถ้าเราจริงจังเอาใจใส่ที่จะบุกไปข้างหน้า อย่างมีวิธี ระบบ ต่อเนื่อง แล้วเราจะไปห่วงอะไรกับเศรษฐกิจที่ถดถอย คุณเห็นด้วยไหม

เรียบเรียงจาก บทความ 3 Tips to Increase your Business Right Now ของ Michele Pariza Wacek จาก Businessknowhow.com

หมวดหมู่